วางแผนเที่ยวอิสตันบูล 3 วันฉบับครบเครื่อง
การเที่ยวอิสตันบูลให้ครบภายใน 3 วันจะราบรื่นที่สุดหากคุณวางแผนตามทำเลที่ตั้ง: แบ่งหนึ่งวันสำหรับย่านเมืองเก่าฝั่งยุโรป อีกหนึ่งวันสำหรับล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัสและข้ามไปฝั่งเอเชีย และวันสุดท้ายที่ผ่อนคลายกว่าเดิมด้วยการทำฮัมมัมและชมโชว์ยามค่ำคืน การจัดลำดับแบบนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องเดินทางย้อนไปมาข้ามฝั่ง และเก็บวันสุดท้ายไว้เป็นวันสบายๆ เผื่อในกรณีที่คุณรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินหรือมีอาการเจ็ทแล็กครับ
มีบางกิจกรรมที่แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนเดินทางไปถึง เช่น ทัวร์นำเที่ยวฮาเกียโซเฟียและมัสยิดสีน้ำเงิน การจองที่นั่งล่องเรือบอสฟอรัสยามค่ำคืน และการจองคิวทำฮัมมัม เพราะช่วงเวลาดีๆ มักจะเต็มเร็ว ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ในอิสตันบูล ตั้งแต่การใช้เรือเฟอร์รี่ไปจนถึงการเดินตลาด คุณสามารถค่อยๆ วางแผนไปตามหน้างานได้เลยครับ
วันที่หนึ่ง: เริ่มต้นแต่เช้าในย่านเมืองเก่า
สำหรับวันแรก แนะนำให้พักย่าน Sultanahmet เพราะสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของอิสตันบูลตั้งอยู่ห่างกันในระยะเดินเพียง 15 นาทีเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นฮาเกียโซเฟีย, มัสยิดสีน้ำเงิน, พระราชวังทอปกาปี และอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดิน Basilica Cistern ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่รอบจัตุรัสเดียวกัน ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใช้บริการแท็กซี่หรือรถไฟใต้ดินจนกว่าจะถึงช่วงบ่าย แนะนำให้เริ่มเที่ยวตั้งแต่เช้าตรู่ก่อน 9 โมง เพราะทั้งฮาเกียโซเฟียและมัสยิดสีน้ำเงินจะมีคิวยาวมากในช่วงสาย โดยเฉพาะระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคมครับ

ควรไปชมฮาเกียโซเฟียเป็นที่แรกในช่วงที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างนุ่มนวลและคนยังไม่เยอะ ที่นี่เป็นมัสยิดที่เปิดให้ประกอบศาสนกิจตามปกติ จึงควรแต่งกายให้สุภาพ โดยต้องคลุมไหล่และเข่าให้มิดชิด และสำหรับผู้หญิงควรเตรียมผ้าคลุมศีรษะไปด้วยจะสะดวกมาก การไปกับไกด์จะช่วยให้คุณเข้าใจประวัติศาสตร์อันซับซ้อนของอาคารแห่งนี้ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในฐานะโบสถ์ไบแซนไทน์, มัสยิดยุคออตโตมัน, พิพิธภัณฑ์ และกลับมาเป็นมัสยิดอีกครั้ง ซึ่งทัวร์ Istanbul Guided Best Tour ; Blue Mosque, Hagia Sophia & Basilica จะพาคุณเที่ยวชมครบทั้ง 3 แห่งในช่วงเช้าครับ
จากฮาเกียโซเฟีย คุณสามารถเดินข้ามจัตุรัสไปมัสยิดสีน้ำเงินได้ใกล้ๆ แต่เนื่องจากมัสยิดจะปิดไม่ให้เข้าชมในช่วงเวลาละหมาด 5 ครั้งต่อวัน จึงควรตรวจสอบตารางเวลาก่อนไป ส่วน Basilica Cistern ที่อยู่ใกล้กันนั้นควรเผื่อเวลาไว้สัก 30 นาที เพื่อชมอ่างเก็บน้ำใต้ดินสมัยศตวรรษที่ 6 ที่มีเสาเรียงรายสวยงาม รวมถึงหัวเมดูซ่าที่แกะสลักไว้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งบรรยากาศข้างในจะเย็นสบายและเงียบสงบแม้ในวันที่อากาศร้อนจัด
เก็บพระราชวังทอปกาปีไว้ช่วงหลังมื้อเที่ยง เพราะต้องใช้เวลาเดินชมประมาณ 2-3 ชั่วโมง และควรค่อยๆ เดินดื่มด่ำกับบรรยากาศ ส่วนโซนฮาเร็มและห้องคลังสมบัติที่มีอัญมณีล้ำค่ารวมถึงเพชร Spoonmaker's Diamond นั้นมักจะต้องใช้ตั๋วแยกต่างหากหรือมีการจองรอบเวลา ดังนั้นให้ตรวจสอบที่หน้างานอีกครั้งว่าค่าเข้าชมครอบคลุมส่วนใดบ้าง เมื่อถึงช่วงเย็นคุณก็จะเที่ยวชมไฮไลท์ของย่านเมืองเก่าได้ครบถ้วนด้วยการเดินเท้าในวันเดียวครับ
วันที่สอง: ล่องเรือบอสฟอรัสและชมบรรยากาศริมน้ำ
เริ่มต้นวันที่สองด้วยการล่องเรือชมวิวบอสฟอรัส ซึ่งจะทำให้คุณเห็นอิสตันบูลในมุมมองที่ต่างออกไป ทั้งโดมและหอคอยมัสยิดในเขตเมืองเก่า พระราชวังริมน้ำ และสะพานแขวนสองแห่งที่เชื่อมยุโรปกับเอเชียเข้าด้วยกัน การล่องเรือรอบเช้าอากาศจะเย็นสบายและคนไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับช่วงฤดูร้อน ส่วนใครที่ชอบแสงนุ่มๆ ยามเย็นก็สามารถเลือกไปช่วงพระอาทิตย์ตกได้ครับ
เรือส่วนใหญ่จะแล่นผ่านพระราชวัง Dolmabahce, มัสยิด Ortakoy, ป้อมปราการ Rumeli Hisari และ Anadolu Hisari รวมถึงย่านบ้านไม้เก่าแก่สมัยออตโตมัน การมีไกด์คอยอธิบายจะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่คุณเห็นได้ดียิ่งขึ้น เพราะอาคารหลายแห่งอาจดูคล้ายกันหากมองจากบนเรือโดยไม่มีข้อมูลประกอบ หากคุณต้องการล่องเรือช่วงเย็น แนะนำทัวร์ Sunset Cruise of Bosphorus at Deluxe Yacht in Istanbul ซึ่งจะช่วยให้คุณมีเวลาว่างช่วงเช้าไปเที่ยวฝั่งเอเชียได้ครับ
หากเลือกทริปล่องเรือรอบเช้า ให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 1.5 - 2.5 ชั่วโมงตามเส้นทาง แล้วรับประทานมื้อเที่ยงใกล้ๆ ท่าเรือก่อนไปเที่ยวต่อช่วงบ่าย อย่าลืมพกเสื้อคลุมบางๆ ไปด้วยแม้จะเป็นฤดูร้อน เพราะลมบนเรือค่อนข้างแรง และแว่นกันแดดจะช่วยถนอมสายตาจากแสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำได้ดีครับ
ข้ามฝั่งไปเอเชีย: ย่าน Kadikoy และ Moda
ช่วงบ่ายของวันที่สองเป็นเวลาที่เหมาะจะข้ามไปฝั่งเอเชีย ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนอาจมองข้ามไป แต่ที่นี่แหละที่จะทำให้คุณเห็นอิสตันบูลในมุมที่เรียลและเป็นท้องถิ่นมากขึ้น คุณสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่สาธารณะจาก Eminonu หรือ Karakoy ไปยัง Kadikoy ได้ในเวลาเพียง 20 นาที ค่าโดยสารไม่แพง แถมยังได้ชมวิวเมืองเก่าและหอคอย Galata จากบนเรืออีกด้วยครับ

ตลาดวันอังคารในย่าน Kadikoy ถนนสายเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านแผ่นเสียงและร้านอาหารน่ารักๆ รวมถึงย่านริมทะเลอย่าง Moda จะทำให้คุณสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองจริงๆ ที่ห่างไกลจากเส้นทางท่องเที่ยวหลัก ฝั่งนี้เป็นที่นิยมของคนท้องถิ่นในการออกมาเดินเล่น จิบกาแฟ หรือทานมื้อค่ำในราคาที่สบายกระเป๋ากว่าย่าน Sultanahmet มากครับ
หากคุณอยากจัดทริปวันสบายๆ บนเรือให้เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น ทัวร์ Istanbul: Princes' Islands Tour with Lunch and Transfers จะพาคุณไปเที่ยวหมู่เกาะนอกชายฝั่งเอเชีย ซึ่งห้ามรถยนต์เข้า ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับการพักผ่อนมากกว่าการเดินชมสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสามารถจัดเป็นทริปเสริมครึ่งวันได้ดีครับ
วันที่สาม: ผ่อนคลายด้วยฮัมมัม
ถึงวันที่สาม เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเมื่อยขา การเลือกไปทำฮัมมัมแบบตุรกีแท้ๆ จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ คุณจะได้ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงไปกับการอบไอน้ำ ขัดผิว และนวดตัว ในสถานที่ที่เก่าแก่ไม่แพ้โบราณสถานที่คุณไปชมมาเมื่อวันแรกเลยทีเดียว ฮัมมัมหลายแห่งในอิสตันบูลสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยออตโตมัน แค่ได้เข้าไปชมสถาปัตยกรรมก็คุ้มค่าแล้วครับ
แนะนำให้จองคิวฮัมมัมล่วงหน้าโดยเฉพาะในช่วงเที่ยงหรือเย็น เพราะเป็นช่วงที่คนนิยมมากที่สุด ทัวร์ Turkish Bath: Massage, Sauna, Face Mask, Peeling in Istanbul จะรวมบริการฮัมมัมพื้นฐาน ซาวน่า และการนวดตัวไว้ให้ครบ ทำให้คุณวางแผนได้ชัดเจนตั้งแต่อยู่ที่บ้านครับ
ควรเลือกไปทำฮัมมัมช่วงกลางวันแทนที่จะไปเป็นที่แรกของวัน เพราะหลังจากทำเสร็จคุณจะอยากพักผ่อนหรือทานมื้อเที่ยงแบบชิลๆ มากกว่าต้องรีบไปตะลุยเที่ยวต่อ อย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำไปเผื่อหากไม่สะดวกใช้ผ้าที่ทางร้านเตรียมให้ และเตรียมใจไว้ว่าต้องฝากของมีค่าไว้ในตู้ล็อกเกอร์ครับ
แผนช่วงค่ำ: ล่องเรือทานมื้อค่ำหรือชมโชว์ตุรกี
การชมโชว์ยามค่ำคืนเป็นการปิดท้าย 3 วันในอิสตันบูลที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยเฉพาะการล่องเรือทานมื้อค่ำที่รวมทั้งอาหารและกิจกรรมความบันเทิงไว้ในที่เดียว คุณจะได้ทานมื้อค่ำพร้อมชมวิวเมืองเก่าและสะพานที่เปิดไฟสว่างไสวในยามค่ำคืน ก่อนจะเพลิดเพลินไปกับการแสดงพื้นเมืองหรือระบำหน้าท้องครับ
ทัวร์ Istanbul Bosphorus Dinner Cruise & Turkish Night Show ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากจองแค่ครั้งเดียวจบ ไม่ต้องยุ่งยากหาร้านอาหารและที่แสดงแยกกัน คุณสามารถเลือกไปในเย็นวันที่สองหรือวันที่สามก็ได้ตามความสะดวกครับ
หากคุณไม่อยากล่องเรือซ้ำอีกรอบ การเลือกไปชมโชว์ศิลปะวัฒนธรรมบนฝั่ง หรือหาร้านอาหารดาดฟ้าในย่าน Beyoglu เพื่อชมวิวเมืองเก่าก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้กันครับ
เก็บตกพระราชวัง Dolmabahce และถนน Istiklal
3 วันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับทุกที่ ดังนั้นการตัดบางจุดออกหรือลดเวลาลงบ้างจึงเป็นเรื่องปกติ พระราชวัง Dolmabahce ที่สร้างด้วยศิลปะยุโรปตั้งอยู่ริมฝั่งยุโรป ซึ่งคุณสามารถชมความงามจากบนเรือตอนล่องบอสฟอรัสได้ หากมีเวลาน้อยแค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ แต่ถ้าอยากเข้าไปชมข้างในต้องเผื่อเวลาไว้อีกครึ่งวัน
ถนน Istiklal และหอคอย Galata ตั้งอยู่ในย่าน Beyoglu สามารถจัดเป็นแผนเสริมช่วงเย็นได้ดี โดยเฉพาะหลังจากกลับจากฝั่งเอเชียในวันที่สอง เพราะเรือจะมาจอดที่ท่า Karakoy ซึ่งเดินต่อไปยังหอคอย Galata ได้ไม่ไกล การขึ้นไปชมวิวเมืองเก่าจากบนดาดฟ้าหรือหอคอยในช่วงโพล้เพล้เป็นวิธีปิดท้ายวันที่ยอดเยี่ยมครับ
หากคุณให้ความสำคัญกับพระราชวังและย่าน Beyoglu มากกว่าฮัมมัมหรือฝั่งเอเชีย ก็สามารถสลับแผนวันที่สามได้ตามใจชอบครับ แผนการเดินทางนี้เป็นเพียงไกด์ไลน์เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่กฎตายตัวครับ
ข้อควรรู้: การเดินทาง ตั๋ว และเวลา
ระบบขนส่งสาธารณะของอิสตันบูล ทั้งรถราง เรือเฟอร์รี่ และรถไฟใต้ดิน ครอบคลุมสถานที่ส่วนใหญ่ที่กล่าวมา แนะนำให้ซื้อบัตร Istanbulkart ไว้ใช้ตั้งแต่ตอนถึงสนามบิน เพราะใช้ได้กับทุกอย่างและราคาถูกกว่าซื้อตั๋วเที่ยวเดียว ส่วนแท็กซี่และแอปเรียกรถสามารถใช้เสริมได้ดีในช่วงดึกหรือในย่านที่รถสาธารณะเข้าไม่ถึงครับ
การจราจรบนสะพานและในย่านเมืองเก่าอาจติดขัดมากในช่วงเวลาเร่งด่วน คือ 8.00 - 10.00 น. และ 17.00 - 19.00 น. หากต้องเดินทางด้วยรถยนต์ในช่วงเวลานี้ควรเผื่อเวลาไว้ด้วย แต่เรือเฟอร์รี่มักไม่ได้รับผลกระทบจากการจราจรทางบกและเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการข้ามฝั่งครับ
คิวเข้าชมฮาเกียโซเฟีย มัสยิดสีน้ำเงิน และพระราชวังทอปกาปีจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วงบ่าย โดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยว (เมษายน-ตุลาคม) การมาถึงแต่เช้าหรือจองทัวร์พร้อมตั๋วเข้าชมล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเวลาได้มากครับ
การจองล่วงหน้า: สิ่งที่ควรทำก่อนเดินทาง
แม้ไม่จำเป็นต้องจองทุกอย่างล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ แต่บางกิจกรรมควรจองก่อนครับ โดยเฉพาะการล่องเรือบอสฟอรัสยามค่ำคืน เพราะมักจะเต็มเร็วในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันที่อากาศดี ส่วนคิวฮัมมัมในร้านดังๆ ก็ควรจองล่วงหน้าหากคุณมีช่วงเวลาที่ต้องการเป๊ะๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นหลังกลับจากเที่ยวครับ
สำหรับการเที่ยวสถานที่สำคัญอย่างฮาเกียโซเฟียหรือพระราชวังทอปกาปี การจองทัวร์ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวหน้างานนานๆ และหากคุณมีแผนจะเดินทางออกนอกเมือง เช่น ไป Cappadocia หรือ Ephesus ควรจองทัวร์ล่วงหน้านานๆ เพราะตั๋วเครื่องบินและรอบการเดินทางมีจำกัดครับ
การเตรียมตัวและเครื่องแต่งกาย
การแต่งกายสุภาพเป็นเรื่องสำคัญเมื่อเข้ามัสยิดในวันแรก คือต้องคลุมไหล่และเข่าให้มิดชิด และผู้หญิงควรมีผ้าคลุมศีรษะเตรียมไว้ แม้หน้ามัสยิดจะมีขายแต่การเตรียมไปเองจะช่วยประหยัดเวลาได้ครับ ที่สำคัญที่สุดคือ "รองเท้าที่ใส่สบาย" เพราะคุณต้องเดินบนพื้นหินขรุขระตลอดทั้ง 3 วันครับ
สำหรับการล่องเรือบอสฟอรัส ควรมีเสื้อคลุมติดตัวไว้เพราะลมบนเรือแรงและเย็นกว่าบนฝั่ง ส่วนการทำฮัมมัม หากไม่สะดวกใช้ผ้าที่ร้านเตรียมให้ ก็สามารถนำชุดว่ายน้ำไปเองได้ และแนะนำให้ฝากเครื่องประดับไว้ที่โรงแรมดีกว่าพกติดตัวไปครับ
การโหลดแผนที่เส้นทางรถรางและเรือเฟอร์รี่เก็บไว้ในมือถือจะช่วยได้มาก เพราะบางสถานีป้ายภาษาอังกฤษอาจไม่ชัดเจน และอย่าลืมพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวไว้สำหรับวันที่เที่ยวทั้งวันครับ เงินสดใบเล็กๆ ก็สำคัญสำหรับให้ทิปและซื้อของร้านเล็กๆ ที่ไม่รับบัตรครับ
คำแนะนำเรื่องการจัดสรรพลังงาน
ลำดับการเที่ยวที่แนะนำคือ เมืองเก่าก่อน ล่องเรือและฝั่งเอเชียในวันที่สอง และผ่อนคลายในวันที่สาม เพื่อรักษาระดับพลังงานของคุณครับ วันแรกเป็นวันที่เดินเยอะที่สุด วันที่สองได้นั่งเรือพักขา และวันที่สามเป็นวันพักผ่อน เพราะการเดินเที่ยวหนักๆ ติดกัน 3 วันอาจทำให้ล้าเกินไปสำหรับหลายๆ คนครับ
หากเดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุ อาจลองสลับฮัมมัมมาไว้ช่วงบ่ายของวันแรกเพื่อพักขาบ้างก็ได้ครับ การจ้างไกด์ส่วนตัวจะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนความเร็วในการเที่ยวได้ตามความเหมาะสมหากสถานที่ไหนใช้เวลามากกว่าที่คิดครับ
3 วันในอิสตันบูลเพียงพอสำหรับการเที่ยวไฮไลท์หลักๆ แต่หากต้องการไป Cappadocia หรือ Ephesus แนะนำให้เพิ่มวันเป็น 4 วันเป็นอย่างน้อยครับ ขอให้สนุกกับการวางแผนทริปอิสตันบูลในแบบของคุณนะครับ!